Okinawa Sept 2018

 whic

โอกินาวาเที่ยวเอง ญี่ปุ่นในอีกมุมมอง กันยายน 2561

Okinawa, Japan September 2018

ทริบนี้เราได้แรงบันดาลใจมากจากนิยายโบราณของญี่ปุ่นสมัยเอโด่ะ .. จริงๆไม่ใช่หรอกค่ะ เราเลือกไปโอกินาว่าเพราะตั๋ว Peach Air มันลดราคาเหลือไปกลับสี่พันกว่าบาทต่อคนต่างหาก!! ว่าแล้วสามพี่น้องก็จัดทริบสามสาวสวยโสดลุยเกาะโอกินาว่ากันทันทีค่ะ เราเลือกลางานวันเดียวคือออกเดินทางวันศุกร์ที่ 21 กันยายน 2561 ตอนตีหนึ่งกว่าๆ ก็คือเช็คอินคืนวันพฤหัสฯ แล้วเครื่องไปถึงโอกินาว่าตอนแปดโมงเช้า เที่ยวได้เลย ส่วนขากลับเราก็กลับวันอาทิตย์ค่ำๆ มาถึงกรุงเทฑฯก็เลยเที่ยงคืนของวันจันทร์ที่ 24 กันยาไปนิดหน่อยค่ะ รวมๆก็ได้เที่ยวเกือบสามวันเต็มค่ะ เรายังตื่นไปทำงานวันจันทร์ไหวนะขอบอก อิอิ

This trip is inspired purely on the Sale of Peach Air tickets. We got super good price round-trip air ticket at THB 4,xxx per person. We left Bangkok on Friday early morning at 1AM and returned to Bangkok late Sunday night - actually 0.25 AM of Monday morning. So, we had almost 3 full days to travel around :-)

ทีนี้จะมาเล่าให้ฟังว่าเราไปไหนยังไงมั่ง เผื่อใครจะตามรอยก็เชิญได้เลยนะคะ การเที่ยวสไตล์ฟู้ดสเปซคือเที่ยวแบบสบายๆ กินดีมั่งกินเร็วๆมั่งกินริมถนนมั่ง แล้วแต่จังหว่ะค่ะ เราเช่ารถขับวันแรกวันเดียว วันที่สองซื้อ package ไปดำน้ำแบบผิวน้ำ Snorkel ค่ะ แล้ววันที่สามก็ตั้งใจเที่ยวในเมือง กินอาหารเช้าที่ตลาดปลา เดินถนนชิคๆหาอะไรกินอะไรของเราไป รูปด้านล่างคือแผนที่เที่ยวของเราในสามวันนี้ ทำจาก Google map ง่ายมากค่ะ ว่าจะไปไหนก่อนหลังแล้วแต่ละจุดห่างกันแต่ไหนเค้าใช้เวลาเท่าไหร่กัน เราจะได้จัดสรรเวลาได้ถูกต้องค่ะ ว่าจะอยู่ที่จุดนี้นานแค่ไหนดี หิวตอนไหน พักกินตอนกี่โมงดีอะไรอย่างงี้ค่ะ

Now let me tell you how did our trip go, what did FoodSpace eat in Okinawa. We rented a car on our first day, and we booked a Snorkeling tour (one day trip) for the 2nd day then the last day we focused our sightseeing and eating in towndown Naha area. Below is our travel map made from Google map - easy and very useful. It shows how far are those places and how long would it take for you to drive from point A to point B so that you can manage your time easily.

พอเครื่องแต่ะสนามบินนาฮาของโอกินาว่าประมาณ8โมงเช้า จาก termonal LCCC ซึ่งเป็นอาคารเทียบเครื่องบินของชาว Low-cost airlines เราก็ต้องนั่งรถบัส (ฟรี) ไปยัง Domestic terminal ซึ่งใช้เวลาราวๆห้านาทีเท่านั้น แล้วเราก็ซื้อตั๋วเข้าชมอควอเรียมที่อาคารภายในประเทศนี่ก่อนเลยค่ะ ลดราคาจากคนละ 1,8xxเยน เหลือคนละ 1,6xx เยน แล้วเราก็เรียกแท๊กซี่ไปรับรถสาขาที่ในเมืองเพื่อสะดวกตอนเอาคืนในเมืองค่ะ ค่าแท็กซี่พันกว่าเยน คือสามร้อยกว่าบาท หารสามคนแล้วถือว่าราคาสบายๆค่ะ นั่งแท๊กซี่ไปสิบห้านาทีได้ก็ถึงออฟฟิศที่เช่ารถในเมือง อ้อ การเช่ารถนี่เราจองมาก่อนทางเวบไซท์รถ Eco car เกียร์ออโต้วันละพันกว่าบาทนะคะ น้ำมันตะหากแล้วซื้อประกันเพิ่มนู่นนี่ด้วย ตอนรับรถเอกสารที่ต้องใช้ก็คือ1)ใบขับขี่สากล(ไปทำที่ขนส่งฯง่ายๆค่ะ) 2)ใบขับขี่ไทย 3)เอกสารcodeจองค่ะ นี่ถ้าเป็นพวกประเทศฝรั่งเค้าต้องขอบัตรเครดิตเราด้วยสองใบนะคะเผื่อเราชิ่งหนี 555 พอรับรถแล้วเราก็ซิ่งเลยค่ะ 

When we landed at Naha airport, we had to take a free shuttle bus from the Low-cost termonal (LCCC) to the Domestic terminal to catch a taxi to downtown where we will pick up our rented car. We didn't forget to buy the discount Aquarium tickets here before heading off (sell counter opens at 9AM). Taxi fare from the Domestic airport to downtown Naha (approx 15 minutes) was JPY 1,xxx. - quite good price. To pick up our rented car, they required 1)international driving licence 2) Thai (or your national) driving licence and 3) Our online ooking code. Now that we got the car, let the ride begins.

แต่ะมือกันสลับกันขับกับน้องสาวค่ะ Now we drive!

 

เราแวะหาอะไรรองท้องที่ตัวเมืองนาฮาก่อนค่ะ ร้านที่รุ่นพี่ คุณFullAndFun แนะนำมาคือ คิวยาวไปสิบเมตร รอไม่ไหวเลยซื้ออาหารซุปเปอร์กินประทังชีวิตกันบนรถค่ะ อาหารกล่องตามซุปเปอร์ในญี่ปุ่นดีงาม อร่อยราคาดี ไม่ผิดหวังเลยค่ะ เราสลับกับน้องสาวขับรถก็เลยได้สลับกันกินสบายๆค่ะ

We stopped by downtown Naha to get our easy breakfast but the restuarant we planned to go was so busy and the queue was 10-meter long. So ,we decided to get something easy from the super market nearby to eat in the car while we were driving.

ป้ายบอกทางน่ารักมากค่ะ ระวังหมูป่าวิ่งตัดหน้านะตัวเอง Cute road sign in Okinawa

จุดหมายแรกคือจุดสุดฮิตค่ะ อควอเรียมโอกินาว่า อยากเจอน้องหลามวาฬยักษ์ทั้งสองตัวและเพื่อนฝูงในแท๊งค์น้ำใหญ่บิ๊กบึ้ม เราก็ใช้ GPS ในรถแล้วขับตามไปค่ะ มีเมนูภาษาอังกฤษให้ใช้และแต่ละจุดหลักๆก็มี GPD Code ที่เป็นตัวเลขให้ป้อนข้อมูลเข้าเครื่องเพื่อความแม่นยำค่ะ แต่พวกเราก็ยังเปิด google map จากมือถือคู่ขนานไปด้วยอยู่ดีเพื่อความแน่ใจ 55 ถนนในโอกินาว่าขับรถง่ายค่ะ ถนนดี ป้ายบอกทางชัดเจน ทุกคนขับช้าหมด เป็นระเบียบและชิลเว่อร์ 555

Okinawa Aquarium was our first main stop and indeed it was the most famous tourist attraction in the entire Okinawa island. We gotta say hi to the cute and giantic whalesharks and their friends :-) We used the built-in GPS in our car to navagate us to all the destinations. Don't worry if you can't read Japanese, they have English menu plus all the main attractions has GPS number code, so you can be assured that you'd get to the right place! However, as a back up, we also used Google map on our phone alongside the car's GPS .. just to be double sure. Driving in Okinawa is easy, roads were in good condition and people drove very politely and slowly.

 

https://youtu.be/F_Cjq8eV3Og

Highlight at the Okinawa Aqaurium - very huge and very impressive. However, other parts of the Aquarium were very standard to me. I'd prefer Osaka Aqaurium better in general.

 

 ยามยากร้านสะดวกซื้อ Lawson ช่วยชีวิตเราได้เสมอในญี่ปุ่นค่ะ แนะนำชีสขนมในรูปคืออร่อยสุดพลังค่ะ  Stoped at Lawson along the way :-)

 

 

หลังจากใช้เวลาที่อควอเรียมชั่วโมงกว่าๆ เราก็ขับรถต่อไปที่จุดหมายถัดไปซึ่งคือ ผามันซาโม่ะ จุดถ่ายรูปสุดฮิตอีกแห่งของเกาะโอกินาว่า ก็สวยดีนะคะแต่ก็มีผาเท่านั้นล่ะ ทะเลสวยน้ำใสไล่เฉดสี แต่เราถ่ายรูปแล้วเดินวนๆอยู่ไม่ถึงสิบนาทีก็กลับค่ะ อีกไกลกว่าจะถึงตัวเมืองนาฮา ไปหาอะไรสนุกๆทำและกินข้างหน้ากันดีกว่า

After an hour or so in the Aquarium, we drove to our next destination, the Manzamo Cape. It was another famous spot for picture but we found it very simple and spent less than 10 minutes there.

 

จุดหมายต่อไปคืออเมริกันวิลเลจ ไปดูมรดกจากทหารอเมริกันที่มาทิ้งไว้ที่โอกินาว่าค่ะ ก็มีร้านอาหารสัญชาติอเมริกันมากมายทั้ง A&W, Tony Roma's ฯลฯ มีโรงโบว์ลิ่ง โรงภาพยนตร์ แบบอเมริกันค่ะ ตอนเราไปฟ้าสวยมากพอดีได้รูปสวยๆมาเยอะเลยค่ะ แวะไปกินไอติมยี่ห้อบลูซีล ของดังของเกาะโอกินาว่า และแน่นอนค่ะ เราต้องกินไอติมมันม่วงค่ะ มาทุกแบบทั้ง soft-serve ทั้ง float ฯลฯ

American village in Okinawa, to me, is a legacy of the American military indeed. There are a lot of American restaurants and entertainment. We stopped by 'Blue Seal' local icecream. Of course, we tried the sweet potato icecream .. everything in this island has sweet potato as part of their ingredients.

ทุกสิ่งในเมืองนี้มีมันม่วงเป็นส่วนประกอบค่ะ ทั้งน้ำ ทั้งไอติม คุ๊กกี้ ชีสเค้ก ทาร์ท เฟรนช์ฟราย ฯลฯ Everything has Purple sweet potato as part of their ingredients.

 ต้องลองไอติมเจ้าดัง Blue Seal ที่มีเฉพาะที่โอกินาว่าเท่านั้น (หรือที่อื่นมีแต่มันก็ originally from Okinawa)

 

มื้อค่ำหลังจากหมดพลังในการขับรถตระเวณทั้งเกาะมา พอเอารถไปคืนตอนสองทุมเป๊ะ ก็ตั้งใจจะกินปิ้งย่างในตัวเมืองนาฮากันก่อนเข้าโรงแรมค่ะ ปรากฎว่าร้านที่ตั้งใจจะไปคิวยาวมากกก ต้องรอสองชั่วโมง เราเลยเดินโต๋เต๋ไปกินร้านใกล้ๆกันเพราะหิวและเหนื่อยเกินจะรอ ปรากฎว่าร้านนี้มีทั้งปิ้งย่างเนื้อวัววากิวและชาบูชาบูหมูดำอากุ ตอบโจทย์มากๆ เลยสั่งทั้งสองอย่าง พนักงานทำหน้าตาตกใจว่าเอาจริงเหรอ ตอบไปว่าจริงจ้ะ เค้าก็ถามต่อว่ากินอันไหนก่อนเพราะโต๊ะมีแค่เตาเดียว เราบอกเอามาพร้อมกันเลยได้ไหม พวกชั้นขอใช้2โต๊ะเลย เสริฟพร้อมๆกันเลยโต๊ะนึงปิ้งย่าง อีกโต๊ะนึงชาบู แล้วพอเค้าตั้งเตาเสร็จพวกเราก็สั่งเพิ่มกันตลอดเวลาไม่หยุดหย่อน จนพนักงานทึ่งในศักยภาพการรับประทานของสาวไทยค่ะ อาหารอร่อยเลย หมูดำอากุคือมันเยอะ พอแกว่งๆต้มในน้ำซุปให้สุกแล้วก็นุ่มแทบละลายในปาก เราสั่งหมูมาปิ้งกินด้วย ปรากฎว่าคนสายเนื้ออย่างเราก็ยังเลิฟวัวมากกว่าอยู่ดีค่ะ ทานกับเครื่องดื่มเย็นๆนะ แหม๊ ฟินาเล่ค่ะ เบียร์ท้องถิ่นที่นี่ยี่ห้อ Orian ค่ะ น้องสาวสั่งอุเมฉุ (เหล้าบ๊วย)มันม่วงมาลองด้วย ก็สีสวยรสชาติใช้ได้นะคะ สิริรวมมื้อนี้คิดเงินมา 17,xxx เยน ก็คนละพันกว่าบาทนะคะ ราคารับได้ค่ะ อิ่มฟินหลับสบาย

Agu pork shabu shabu & Wagyu Yakiniku dinner - Yes, we had them both at the same time (2 tables side by side). We did ordered a lot and we managed to finished them all :-) Soooo delicious!

หน้าตาคนได้รับน้ำเย็นๆหลังจากลุยวันร้อนๆมาทั้งวันค่ะ Refreshing indeed!

เราพักกันที่ Daiwa Royney Hotel Omori ค่ะ ด้านล่างมี Lawson (คือทุกสิ่งในหัวใจ 55) โรงแรมอยู่ในเมืองมีห้างอยู่ฝั่งตรงข้าม สะอาดสะดวกสบาย ห้องกว้างกว่าที่คิดค่ะ นอนสามคนไม่เบียด มีที่วางของวางกระเป๋าเหลือๆ พนักงานก็บริการดีเว่อร์ประสาญี่ปุ่นค่ะ คืนละ4พันกว่าบาทไม่รวมอาหารเช้า ราคาถือว่าดีเมื่อเทียบกับทำเลและบริการที่ได้รับค่ะ ชอบๆ

 

Day 2 ไปดำน้ำวันนี้ ได้ว่ายน้ำกับเต่าทะเล ฟินเว่อร์ค่ะ Snorkeling day - so nice

ทริบเต็มวัน รวมรถรับส่งที่โรงแรม รวมอาหารเที่ยง และอุปกรณ์ดำน้ำทุกอย่างได้แก่ชุดwet suit ฟินใส่เท้า หน้ากาก snorkel บริการดีมากทั้งเจ้าหน้าที่ในออฟฟิศและบนเรือ เป็นระบบ ราคาคือคนละสองพันปลายๆบาทค่ะ ถือว่าคุ้มมากค่ะ กว่จะได้ลงน้ำจะมีไกด์มาสอนแยกกลุ่มเล็กๆว่าใส่หน้ากากอย่างงี้นะ หายใจอย่างงี้นะ ไม่ว่าเราจะเคยดำน้ำมาแล้วหรืเปล่าต้องฟังทุกคนค่ะ พอได้ลงน้ำก็ต้องทดสอบรายบุคคลอีกว่าที่สอนตะกี๊ทำได้จริงๆนะ เพื่อความปลอดภัยของเราเองค่ะ ดีมากชื่นชมๆ

We took a Day trip to snorkel with local diving company. The fee includes everything ranging from pick-up and send-off from and to the hotel, wet suit, snorkle mask, lunch, water, coffee and tea all day. Their security is at the top level. The instructor AKA our guide taught and made sure we all know what to do in the water. They tested us one by one to make sure things were on the right track. When in the water, we were split into small groups of 6-7 people per one guide who led us to the prime location where the fish, sea turtle and corals are. our guide also took underwater pictures for us! They took really good care of us both in the water and on board. Impressive! Can you guess which one was me n the picture below?

ข้าวกล่องมื้อเที่ยงคืออร่อย ดีงาม มีซุปมิโส่ะร้อนๆให้กินด้วยนะคะ เอากะเค้าเซ่

Bento lunch on board comes with hot Miso soup! very nice!

 

มื้อเย็นหลังดำน้ำเราไปกินที่ถนนสายฮิปของเมือง ถนนโคคุไซ ค่ะ  ดี๊ดี เรากินร้านที่ 17 เป็นปิ้งย่างที่เค้าทำมาให้แล้ว สั่งมะระผัดไข่มาด้วยเดี๋ยวจะหาว่าไม่สั่งของดังของเมืองเค้า รสชาติก็คือมะระอ้ะค่ะ ไม่ได้ตื่นเต้นอะไร พวกเราปลื้มเนื้อวัวย่างมากกว่า เริ่สมากค่ะ เครื่องดื่มก็สั่งกันสะเป่ะสะป่ะแล้วแต่คนมีทั้งเบรียร์ ค๊อกเทลสาเกใส่มะนาวล้นแก้ว และวิสกี้โซดามะนาวค่ะ

Dinner at Kokusai Food Street after returning to the main land and rested at our hotel briefly. I really liked the ambience of this hidden Food street, though it very much felt like a set up of 20 small restuarants or so but it surely gave the 'Japanese cuisine' feeling to me.

We had grilled seafood, grilled beef, local veggie dishes and a lot of different kinds of drinks.

Day 3 เดินเล่นในตัวเมือง strolling in downtown Naha

ตื่นสายๆนั่งแท๊กซี่ไปกินมื้อเช้าที่ตลาดปลา สด ถูก และอร่อยดีค่ะ ตอนแรกเปิดประตูเข้าไปกลิ่นคาวปลาน่าตกใจมาก แต่เดินวนยังไม่ถึงครึ่งทางก็ชินละค่ะ 555 สามสาวฟาดนี่หมดเรียบ

Breakfast at the Fish Market. So cheap and so fresh. 3 girls finished all these with least difficulty. :-)

 

อิ่มแล้วเดินออกมาเรียกแท็กซี่ไปปราสาทซูริ เที่ยวเชิงวัฒนธรรมกันนิดนึงค่ะ เดินๆอยู่เห็นร้านชาอยู่ในตัวปราสาท มองหน้าน้องๆแล้วก็พุ่งเข้าไปเลยค่ะ มีชาเป็น set คนละ 310เยน คือหนึ่งร้อยบาท ได้ชาร้อนแก้วนึงขนมพื้นเมืองเค้า 3-4อย่าง เติมชาร้อนฟรีได้เรื่อยๆ คุณพนักงานมาอธิบายที่มาที่ไปของชาและขนมด้วย ร้านแต่งแบบญี่ปุ่นสวยงาม แอร์เย็นนั่งสบาย แทบไม่อยากลุกค่ะ

After breakfast, it was time for a cultural visit to the Shurijo Castle. The weather was super hot and the Sun was super bright.

 

กิมมิคอีกอย่างคือเดินเล่นเก็บ RC คือสแตมป์ตามจุดต่างๆในปราสาทค่ะ ถ้าได้ครบหมดจะได้รางวัลใหญ่ ถ้าได้เกินสิบจุดจะได้สติกเกอร์หนึ่งแผ่น เรากับน้องๆคือเล่นจริงจังมาก 55

A cool and fun activity in the castle was the stamp collection hunting paper game. We all got a piece of the castle map at the entrance with over 20 spots to collect the stamp across the area. My cousins and I were very serious about this game and we managed to collect over 20 stamps, though not all. We were rewarded with a piece sticker at the exit. The prize was almost nothing but it was the pride that keeps our smiles on the face despite the heat and extra bright sunshine.

 

Stamping in one of the spots in the Castle. หาที่สแตมป์เจอแล้วพวกเราวิ่งเข้าใส่อย่างบ้าคลั่ง ไม่กลัวแดดเลยค่ะ 555

พาอิ่มมาด้วยนะตะเอง FoodSpace in Okinawa

After 30 mins or so of walking inside the castle, I saw a sign of a tearoom. Lookingin to my counsins' eyes and I knew that we agreed to giv it a try. The tearoom was very nicely decorated in Japanese traditional style with comfortable air-conditioner. Each tea set comes with 3-4 types of local Okinawa snacks and it costed us only JPY 310 per person. The hot tea was so nice and refillable within this price. We spent almost half an hour their enjoying tea, snacks and Japanese garden inside the castle.

แดดร้อนมาก เจอไอติมคือวิ่งเข้าใส่ค่ะ It was super hot & super sunny. So, I ran to icecream every chance I got!

 

เสร็จแล้ว เราก็นั่งแท็กซี่ไปถนนในเมือง Kokusai street หาอะไรช๊อปปิ้งและกิน (อีกแล้ว) โต๋เต๋ไปมา เย็นๆก็ไปเอากระเป๋าที่ฝากไว้ที่โรงแรม ไปสนามบินแล้วก็กลับบ้านอย่างปลอดภัยและสนุกสนานค่ะ After Shuri Castle we went to Kokusaistreet for shopping, sightseeing and more food :-)

 

 พอได้เวลาเย็นๆแล้ว เราก็กลับไปเอากระเป๋าที่โรงแรมล้างหน้าล้างตาแล้วก็ไปสนามบินโดยแท๊กซี่ค่ะ ต้องไป domestic terminal ก่อนนะคะเพื่อไปต่อรถบัสไปอาคาร LCCC ซึ่งสภาพอาคารคือโกดังมาก มีร้านอาหารราเมงร้านเดียว ร้านขายของที่ระลึก 1ร้านซึ่งปิดเร็วทั้งคู่ค่ะ ไม่ค่อยมีที่นั่งรอมากนัก คนจะนั่งกองๆอยู่ตามพื้นคล้ายหัวลำโพงค่ะ 55 ควรกะเวลามาดีๆนะคะจะได้ไม่ตกเครื่องแต่ก็อย่ามาเร็วเกินเพราะไม่มีอะไรทำ ถ้ามาเร็วมากก็หาอะไรกินที่ Domestic terminal ไปก่อน ดีกว่าเยอะค่ะ

When it was time, we went back to collect our bags from the hotel and headed to the airport by taxi. We had to get off at the domestic terminal to catch a shuttle bus to LCCC terminal where our Peach air operates. I would suggest that you estimate your time properly as the LCCC terminal for low-cost airlines has almost nothing, no entertainment whatsoever. There was one noddle shop and one souvenir shop at the check in area. There were not enough waiting seats, so people were sitting on the floor waiting to be called to board the plane.

สรุปทริบสั้นๆที่โอกินาว่านี้ดีงามมากนะคะ แดดใสฟ้าสวย อาหารอร่อย ผู้คนน่ารักเป็นมิตรและช่วยเหลือมากมาย ตีงบเบ็ดเสร็จหมดคนละหมื่นกลางๆบาท กินดีอยู่ดีเที่ยวสบายเลยค่ะ

Apart from that, this short trip to Okinawa was very nice. We got lots of sunshine, yummy food, beautiful road trip along the ocean. Japanese people we met were exceptionally friendly as they always are. Total budget of our FoodSpace-style trip was around THB 15,xxx per person, very reasonable indeed!

 

Visitors: 42,444